'DITP' เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นและตลาดโลก นำผู้ประกอบการไทย 14 บริษัท พร้อมศิลปินและนักแสดงในสังกัด เข้าร่วมงาน TIFFCOM 2026 ณ กรุงโตเกียว

ประเทศญี่ปุ่น เปิดเวทีเจรจาธุรกิจใน Thailand Pavilion จับคู่เจรจาการค้ารวม 255 คู่ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมบันเทิงญี่ปุ่น คาดการณ์มูลค่าการสั่งซื้อรวมกว่า 1.65 พันล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสนับสนุนและขยายโอกาสทางการค้าให้แก่อุตสาหกรรมบันเทิงไทยในตลาดต่างประเทศ โดยนำผู้ประกอบการไทยจำนวน 14 บริษัท เข้าร่วมงาน TIFFCOM 2026 ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์และลิขสิทธิ์ด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ และสื่อบันเทิงระดับนานาชาติ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 ภายใต้การนำเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยผ่าน Thailand Pavilion พร้อมกิจกรรมเจรจาธุรกิจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอผลงานและศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น ทั้งในด้านภาพยนตร์ ซีรีส์ คอนเทนต์ดิจิทัล ดนตรี และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมบันเทิง พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายลิขสิทธิ์ การร่วมผลิตผลงาน (Co-Production) และการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทต่างประเทศ
สร้างเครือข่ายธุรกิจกับบริษัทบันเทิงชั้นนำของญี่ปุ่น

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการจัดงาน Business Networking THAILAND (Stories, Screens, Sounds) by DITP เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อ นักลงทุน ผู้ผลิตคอนเทนต์ และพันธมิตรทางธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่น เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจ นำเสนอผลงาน และต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ภายในกิจกรรมมีการสร้างเครือข่ายกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมบันเทิงของญี่ปุ่น อาทิ ABC TV, TV Asahi, Tokyo MXTV, Rakuten, King Records, Pony Canyon, Avex, Contents Seven และ STARTO ENTERTAINMENT ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจบันเทิงของญี่ปุ่น และเพิ่มโอกาสในการนำคอนเทนต์ไทยไปสู่การเผยแพร่และต่อยอดในตลาดต่างประเทศ

จับคู่เจรจาธุรกิจ 255 คู่ คาดการณ์มูลค่าการสั่งซื้อกว่า 1.65 พันล้านบาท
จากการเข้าร่วมงานและกิจกรรมส่งเสริมการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้ เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจรวมทั้งสิ้น 255 คู่ โดยคาดการณ์มูลค่าการสั่งซื้อรวมกว่า 1.65 พันล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางการค้าและความสนใจของตลาดต่างประเทศที่มีต่อศักยภาพของผู้ประกอบการและผลงานจากอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

นอกจากผลลัพธ์ด้านการเจรจาธุรกิจแล้ว การเข้าร่วมงาน TIFFCOM 2026 ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เรียนรู้แนวโน้มตลาด ความต้องการของผู้ซื้อ และทิศทางการพัฒนาคอนเทนต์ในระดับสากล ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถนำไปสู่การซื้อขายลิขสิทธิ์ การร่วมลงทุน และการพัฒนาผลงานร่วมกันระหว่างไทยและญี่ปุ่นในระยะยาว
ต่อยอด Soft Power ไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมบันเทิง

การดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และ Soft Power ของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสามารถเชื่อมโยงไปยังธุรกิจอื่น ๆ ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร แฟชั่น ดนตรี และสินค้าไลฟ์สไตล์
การผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกผลงานและลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไทย แต่ยังเป็นการสร้างการรับรู้และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตคอนเทนต์และผลงานสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในระดับนานาชาติ

ความสำเร็จจากการเข้าร่วมงาน TIFFCOM 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการขยายโอกาสทางการค้า เชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก และต่อยอดศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในตลาดสากล






